การเคลื่อนที่ของกลุ่มดาว

    
     โดยปกติแล้วในช่วงชีวิตของคนเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มดาวน้อยมาก ซึ่งแท้ที่จริงแล้วรูปร่าง ของกลุ่มดาว มีการเปลี่ยนแปลงเพราะ ดาวแต่ละดวงในกลุ่มดาวเดียวกันมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา และมีทิศทาง ที่เป็นอิสระต่อกัน ไม่จำเป็นต้องไปในทิศทางเดียวกันเสมอ เนื่องจากดาวฤกษ์แต่ละดวงในกลุ่มดาวหนึ่งๆ จะมีระยะห่างจากโลกไม่เท่ากัน บางดวงใกล้ บางดวงก็ไกลมาก แต่ดาวฤกษ์ในกลุ่มดาวที่เราเห็นนั้น เป็นสมาชิกของกาแลกซี่ทางช้างเผือกของเราเหมือนกัน และเคลื่อนที่ไปตามการหมุนรอบตัวเองของกาแลกซี่ด้วย เราเรียกการเคลื่อนที่แบบนี้ว่า proper motion ซึ่งดาวบาร์นาด ในกลุ่มดาวคนแบกงู เป็นดาวที่มีค่า proper motion สูงสุดคือ 10.27 arcsec ต่อปี

                       
กลุ่มดาวหมีใหญ่ดาวแต่ละดวงมีการเคลื่อนที่และมีทิศทางไม่ได้อยู่ในทิศทางเดียวกัน 


รูปร่างเมื่อ 100,000 ปีก่อน 

รูปร่างปัจจุบัน 

รูปร่างอีก 100,000 ปีข้างหน้า

        ดาวฤกษ์แต่ละดวงในกลุ่มดาวไม่เกี่ยวข้องกัน
         ดาวฤกษ์ที่เราเห็นอยู่ในกลุ่มดาวต่างๆนั้น จากตำแหน่งบนโลก ดูเหมือนว่าดาวแต่ละดวงอยู่ในระนาบเดียวกัน เพราะต่างก็เคลื่อนที่ไปพร้อมกันไม่เปลื่ยนแปลง แต่แท้ที่จริงแล้ว ดาวแต่ละดวงในกลุ่มดาวเดียวกันอาจไม่อยู่ในระนาบ เดียวกันก็ได้ บางดวงก็อยู่ใกล้ บางดวงก็อยู่ไกลกว่าหลายสิบเท่า ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มดาวนายพราน  
                   Orion

       เราเห็นดาวทั้ง 7 ดวงเหมือนกับอยู่ห่างจากเราเท่ากัน แต่เป็นระนาบที่หลอกตาเรา ดาวที่ใกล้เราที่สุดคือ Betelgeux อยู่ใกล้ที่สุด 310 ปีแสง ถัดไปคือ ดาว Bellatrix 360 ปีแสง ไกลสุดคือ Mintaka  2,350 ปีแสง ส่วน Great Nebulae M42 อยู่ไกล 1,500 ปีแสง
    แต่การเคลื่อนที่ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือ การเคลื่อนที่ของกลุ่มดาวบนท้องฟ้าจะเคลื่อนที่พร้อมกันเสมอจากทิศ ตะวันออกไปทิศตะวันตก รวมทั้งดวงอาทิตย์ในเวลากลางวันก็เคลื่อนที่ จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก เรียกว่าช่วงตะวันขึ้น จน ตะวันตกลับขอบฟ้า  ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะโลกหมุนรอบตัวเองจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ด้วยอัตรา ชั่วโมงละ 15 องศา ทำให้ดวงอาทิตย์และดวงดาวเคลื่อนที่จากทิศตะวันออกไปตะวันตก ด้วยอัตราชั่วโมงละ 15 องศา เช่นกัน


                     time
         
แล้วเคยสังเกตหรือไม่ว่า ทุกๆคืนในเวลาเดียวกัน กลุ่มดาวจะไม่อยู่บนท้องฟ้าในตำแหน่งเดิม แต่จะเคลื่อนไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะโลกของเราเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ ไปทางทิศตะวันออก 1 รอบใช้เวลา 365 วัน หรือประมาณวันละ 1 องศา ทำให้กลุ่มดาวเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตกมากขึ้นวันละ 1 องศาเช่นกัน หรืออีกนัยหนึ่งคือ ในแต่ละวันกลุ่มดาวฤกษ์จะขึ้นจากขอบฟ้าทิศตะวันออกเร็วขึ้นวันละ 1 องศานั่นเอง เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ หรือมีการเปลี่ยนฤดูกาล กลุ่มดาวบนท้องฟ้ากลุ่มใหม่ก็จะมาแทนที่
         ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ นิโคลัส โคเปอร์นิคัส   นักดาราศาสตร์ในศตวรรษที่ 16 ได้เป็นคนแรกที่เปลื่ยนแนวความคิด ที่ว่าโลกเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ เป็นดวงอาทิตย์แทน