|
||
| โดย skywatcher |
รวมภาพถ่ายฝนดาวตกลีโอนิด ตั้งแต่ปี พศ.2540 ถึงปี พศ.2543 โดยสามารถคลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
โดยสีแดงเกิดจากอะตอมของธาตุไนโตรเจและซิลิกอน สีส้มเหลืองจากโซเดียม สีม่วงจากแคลเซียมและ น้ำเงินแกมเขียวจากแมกเนเซียม ภายโดย Timo Leponiemi |
|
Leonid เมื่อปี พศ.2541 |
Leonid ปี 2541 |
|
|||||
|
|
|
|
|
|||||
|
|
|
|
|
|
|||||
|
|
ภาพนี้ถ่ายด้วยเลนซ์ 28 มม.ฟิล์มฟูจิ 100 เปิดหน้ากล้องค้างนาน 30 วินาที |
|
|
ภาพ Leonid ในแคนาดา เมื่อคืนวันที่ 17/18 พย. 2543 กล้องขนาด 50 มม. F/1.8 ฟิล์มโกดักโกล 400 |
|||||
|
Leonid บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ คืนวันที่ 18 พย.2543 เลนซ์มุมกว้าง 28 มม. |
บริเวณจุด
zenith
เห็นกลุ่มดาวนายพราน
วัว
และคนคู่ คืนวันที่ 17
พย.2543
ด้วยเลนซ์มุมกว้าง
16 มม. Fisheye
|
บริเวณจุด
zenith
เห็นกลุ่มดาวนายพราน
วัว
และคนคู่ คืนวันที่ 18
พย.2543
ด้วยเลนซ์มุมกว้าง
16 มม. Fisheye
|
บริเวณกลุ่มดาวนายพราน
คืนวันที่ 18
พย.2543
ด้วยเลนซ์มุมกว้าง
24 มม. Fisheye
|
บริเวณจุด
zenith
เห็นกลุ่มดาวนายพราน
วัว
และคนคู่ คืนวันที่ 18
พย.2543
ด้วยเลนซ์มุมกว้าง
16 มม. Fisheye
|
ที่มาของรูปภาพ
http://www.sci.fi/~fmbb/astro/meteorit.htm
http://eclipse.span.ch/leonids99.htm
http://leonid.arc.nasa.gov/image_favorites.html
http://www.comet-track.com/meteor/leonids00/leonids00.html
แนะนำการถ่ายรูปฝนดาวตก
กล้องที่จะนำมาถ่ายภาพเกี่ยวกับดวงดาวและฝนดาวตก
ควรจะเป็นกล้องแบบ
SLR (Single Lens
Reflex) แบบ Manual
มีชัตเตอร์
B
ติดตั้งบนขาตั้งกล้องแบบ
3
ขาที่มั่นคง
พร้อมด้วยสายลั่นชัตเตอร์ที่สามารถล็อคได้
ฟิล์มควรเลือกแบบที่มีความไวแสงมากๆ คือตั้งแต่ ISO400 ขึ้นไป ถ้าเลือกยี่ห้อได้ แนะนำให้เลือกใช้ของ Fuji ซึ่งจะให้สีที่เป็นธรรมชาติกว่า ![]() |
|
![]() จากนั้นเลือกเลนซ์ที่มีความยาวโฟกัสที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะเป็นเลนซ์มาตรฐานแบบ 50 มม.จะมีมุมเก็บภาพกว้าง 47 องศา ถ้าความยาวโฟกัสสั้นลงอีก มุมก็จะกว้างขึ้น เช่น 35 มม. กว้าง 63 องศา และ 28 มม. กว้าง 74 องศา ถ้าเป็นเลนซ์มุมกว้างที่เรียกว่า fisheye 16 มม. จะเก็บภาพกว้างถึง 150 องศา การถ่ายภาพฝนดาวตกมักจะหาเลนซ์มุมกว้างที่สุดเท่าที่จะหาได้ การเปิดหน้ากล้อง ที่เรียกว่า F stop จะใช้ตำแหน่งตัวเลขน้อยที่สุดของเลนซ์ เช่น 1.8 หรือ 2.8 จากรูป เพื่อเปิดหน้ากล้องให้มากที่สุด เนื่องจากการถ่ายภาพดาวและดาวตกจะมีปริมาณแสงน้อยมาก ถ้ากล้องใดที่มีค่า F stop ต่ำสุดมากกว่า 2.8 จะไม่ค่อยเหมาะที่จะนำมาใช้ถ่ายดาวเท่าใดนัก ปรับระยะโฟกัสให้อยู่ที่ตำแหน่ง อิมฟินิตี้ เท่านั้น |
|
กล้องถ่ายรูปบางรุ่น มีความเร็วชัตเตอร์หลายระดับ แต่การถ่ายรูปดาวและดาวตก จะใช้เพียงตำแหน่ง shutter B แล้วติดสายลั่นชัตเตอร์ที่สามารถล็อตได้ โดยการถ่ายรูปแต่ละครั้งจะเปิดหน้ากล้องนาน 15-20 นาที |
|
| การถ่ายรูปฝนดาวตก | |
![]() |
หลังจากที่ได้เตรียมกล้องและฟิล์มตามขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว
ก็ถึงการถ่ายภาพดาวและดาวตก - เมื่อใส่ฟิล์มแล้ว ให้ถ่ายภาพแรกจากแสงปกติ โดยใช้วิวทิวทัศน์ของบริเวณที่ไปดูดาว เพื่อเป็นตำแหน่งแรกของฟิล์ม เพราะฟิล์มเนกตีฟของภาพที่ถ่ายดาว จะมองเห็นเป็นฟิล์มใสไปหมดเหมือนกับฟิล์มเสีย การนำฟิล์มไปล้างต้องบอกทางร้านว่า ถ่ายดาวไว้และอัดหมดทุกรูปไม่ต้องแต่งแสงและสี และที่สำคัญไม่ต้องตัดฟิล์มใสซองเพราะทางร้านอาจจะมองไม่เห็นและแบ่งฟิล์มผิดตัดกลางรูปที่สำคัญของเราได้ - เล็งกล้องไปยังจุดที่คาดว่า ดาวตกจะผ่านหน้ากล้อง แล้วกดสายลั่นชัตเตอร์ให้ล็อคใช้เวลา 15-20 นาทีต่อรูปเท่านั้น ถึงแม้จะไม่มีดาวตกผ่านหน้ากล้องก็ตาม แล้วจดบันทึกวันเวลา ทิศทางของกล้องเช่นบริเวณกลุ่มดาวอะไร ระยะเวลาเปิดหน้ากล้อง - การคาดตำแหน่งที่ดาวตกจะผ่านหน้ากล้อง เพราะดาวตกเราไม่สามารถหันกล้องไปถ่ายได้ทันเนื่องจากเร็วมาก ต้องคาดเดาอย่างมีหลักการณ์ โดยการเล็งกล้องถ่ายรูปไปจุดที่ห่างจากจุดเรเดียนของฝนดาวตกพอสมควร เช่นฝนดาวตกลีโอนิดมีจุดเรเดียนอยู่บริเวณกลุ่มดาวสิงโต จุดที่คาดว่าดาวตกจะผ่านได้แก่ บริเวณกลุ่มดาวหมีใหญ่ วัว สารถี นายพราน คนคู่ สุนัขใหญ่ และใบเรือ - การคาดเดาตำแหน่งดาวตกของลีโอนิด มีวิธีอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ ฝนดาวตกลีโอนิดมักจะมีปริมาณมาก เมื่อเห็นดาวตกดวงหนึ่งตกผ่านไป รออีกช่วงอึดใจก็จะเห็นดวงอื่นตกตามเป็นระลอก ดังนั้นเราสามารถใช้ดาวตกดวงแรกเป็นจุดคาดเดาตำแหน่งของดาวตกดวงอื่นๆได้ดีวิธีหนึ่ง - การถ่ายรูปดาวตกโดยทั่วไปนั้น ถ้าคิดว่ามีดาวตกผ่านหน้าเลนซ์แล้ว ให้ปลดล็อคสายลั่นชัตเตอร์ทันที เพื่อป้องกันภาพเสียจากคนอื่นบริเวณข้างเคียงฉายไฟใส่หน้ากล้อง แต่สำหรับลีโอนิดควรรออีกช่วงอึดใจ เพราะอาจจะมีดวงอื่นตามมากอีกเป็นระลอก |
![]() ![]() |
- การถ่ายรูปบนขาตั้ง 3 ขา ตามที่กล่าวมาข้างต้นเป็นวิธีพื้นฐานที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ แต่ภาพที่ได้ เราจะเห็นดาวฤกษ์ที่เป็นฉากหลังเป็นเส้น เนื่องจากต้องใช้เวลาเปิดหน้ากล้องนานๆ ดาวฤกษ์จะเคลื่อนผ่านท้องฟ้าตามการหมุนของโลก สำหรับนักดูดาวทั้งหลายที่มีกล้องดูดาวติดมอเตอร์ตามดาว สามารถใช้กล้องถ่ายรูปขี่บนกล้องดูดาว ที่เรียกว่า piggy back แล้วสามารถเปิดหน้ากล้องได้เป็นเวลานานๆ นอกจากจะได้ดาวตกผ่านหน้ากล้องแล้ว ยังได้ฉากหลังเป็นกลุ่มดาวที่สวยงามไม่เป็นเส้นด้วย |