การเดินทางระหว่างดวงดาวเป็นความใฝ่ฝันมานาน
เห็นหนทางไปสู่ความจริงได้ถ้าไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง
การเดินทางด้วยพลังแสงอาทิตย์หรือพลังแสงสุริยะหรือโซลาเซล
(solar sail)
เป็นเทคโนโลยีเดียวที่อาจทำให้การเดินทางระหว่างดวงดาวเป็นไปได้
การเดินทางด้วยยานพลังแสงสุริยะเป็นความฝันตั้งแต่
เฟรดริช ทะซานเดอร์ (Fredrich
Tsander) เคยเขียนในค.ศ.
1924 ให้ยานอวกาศไม่ใช้เชื้อเพลิง
เดินทางระหว่างดาวเคราะห์และอาจไปถึงดวงดาวได้สักวันหนึ่ง
ความพยายามมีโครงการพลังแสงสุริยะครั้งแรกมาจากนาซาในทศวรรษ
1970 เมื่อต้องการสำรวจดาวหางฮัลเลย์
แต่แล้วมันก็ไม่ได้เกิดขึ้น
และสหรัฐอเมริกาไม่มียานอวกาศสำรวจดาวหางฮัลเลย์เลยแม้แต่ลำเดียว
แม้การเข้าสู่เทคโนโลยีอวกาศใหม่นี้ช้ามากและแม้ทุกวันนี้ทั้งนาซา
อีซา(ยุโรป)และญี่ปุ่นมีโครงการพัฒนายานพลังสุริยะแล้ว
แต่แผนการขึ้นโคจรยังไม่ได้ยืนยันแน่ชัด
ยังไม่มีหมายกำหนดเดินทางใดไปในอวกาศจากรัฐบาลของแต่ละประเทศ
แต่โครงการยานพลังแสงสุริยะของสมาคมดาวเคราะห์(The
Planetary Society)
กำลังจะเป็นความจริงครั้งแรกของโลก จากความสัมพันธ์กับองค์การอวกาศระหว่างชาติ
ทำให้สมาคมทำงานได้และได้ทุนรอนเต็มที่
สมาคมดาวเคราะห์กำลังจะทำให้ยานพลังแสงสุริยะกลายเป็นความจริง
ยานคอสมอส1(Cosmos 1)
จะเป็นเป้าหมายของการเดินทางด้วยพลังแสงอาทิตย์เป็นครั้งแรก
การใช้พลังแสง(และรังสีอื่น)ของดวงอาทิตย์ขับเคลื่อน
เป็นเทคโนโลยีของวิธีการเดินทางจากดาวพุธไปถึงพฤหัสได้
ไกลกว่านั้นแหล่งของแสงต้องเป็นเลเซอร์ไปในระยะทางไกลในอวกาศ
ซึ่งเลเซอร์จะได้พลังงานจากแสงอาทิตย์ด้วย การเดินทางไปยังดวงดาว
ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล
แต่เป็นทีมงานระหว่างชาติจากกลุ่มชนที่น่าสนใจ
ที่รวมผู้คนซึ่งสนใจอวกาศระหว่างชาติใหญ่ที่สุดของโลก
มีสมาชิกทั่วโลกราวๆ 100,000
คน
การเริ่มต้นเดินทางของยานคอสมอส1
จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้และจะปล่อยยานขึ้นสู่อวกาศปลายค.ศ.
2004 หรือต้นปีค.ศ.
2005 คอสมอส1
เป็นโครงการหนึ่งจากหลายโครงการของสมาคมดาวเคราะห์
สมาคมดาวเคราะห์ได้รับการสนับสนุนจากคอสมอสสตูดิโอหรือห้องศิลปเอกภพ
ที่เสนอความบันเทิงและสารคดีของอวกาศ(Cosmos
Studios) โครงการคอสมอส1
เริ่มต้นเมื่อ 15 กันยายน
ค.ศ. 2000 มุ่งหมายให้ยานหนัก
100 กก.
ขึ้นโคจรรอบโลกเกือบเป็นวงกลมที่ระยะสูง
800 กม.
เอียงกับเส้นศูนย์สูตรโลก
76 องศา
การทำให้เข้าสู่วงโคจรทำได้โดย
มอเตอร์TPS ที่ดัดแปลงจากมอเตอร์ขนสัมภาระจากวงโคจรโลก
ข้อมูลหลักการมาจากผลงานการพัฒนาของรัสเซียและสหรัฐอเมริกา
ความสูงต่ำสุดที่ต้องการอยู่ที่ระยะสูง
600-800 กม.ขึ้นกับความหนาแน่นของบรรยากาศที่เป็นฟังค์ชันของลมสุริยะระยะสูง
800 กม.
เป็นระยะเหนือความสูงของกระสวยอวกาศและสถานีอวกาศ
ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมมีความต้องการจรวดเพื่อให้ขึ้นสูงถึงความสูงต่ำสุดนี้
จรวดโวลนา(Volna) จะสามารถรับใช้ขั้นตอนนี้
สถาบันวิจัยอวกาศ (Space
Research Institute) ในมอสโคว์ได้ประกันคุณภาพของอิเลคโทรนิคส์ทุกชิ้น
และการทดสอบซอฟท์แวร์ควบคุมปฏิบัติการ
ระบบเป็นอิเลกโทรนิคส์ทั้งหมดชิ้นส่วนได้ลงเรือไป
NPO Lavochkin ที่เป็นบริษัทการบินใหญ่ที่สุดของรัสเซีย
เพื่อเอาชิ้นส่วนมาประกอบในยานอวกาศ
การปล่อยยานอวกาศขึ้นสู่อวกาศจะกระทำได้หลังจากการประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดของยานแล้วเสร็จ
และผ่านการทดสอบครั้งสุดท้าย
หลังจากวันนั้นก็จะกำหนดเวลาส่งยานอวกาศขึ้นสู่อวกาศ
จากการดำเนินงานของการเดินเรือรัสเซียและหน่วยงานการออกแบบจรวด
Makeev ที่สร้างจรวดและทำงานจรวดโวลนา
ดร.หลุยส์ ฟรายด์แมน ผู้อำนวยการบริหารของสมาคมดาวเคราะห์และผู้อำนวยการโครงการของยานคอสมอส1
กล่าวว่า
จากความใฝ่ฝันและการคาดหวังเป็นเวลานาน
ก็มาถึงโอกาสสำคัญของการเริ่มต้นขึ้นสู่อวกาศ
เมื่อการประกอบยานอวกาศครั้งสุดท้ายและทุกอย่างดำเนินการไปด้วยดี
การวางแผนเอายานอวกาศลงเรือเพื่อเตรียมการปล่อยขึ้นสู่อวกาศใกล้ท่าเรือ
Murmansk จะทำได้ปลายเดือนพฤศจิกายน
ค.ศ. 2004
งานสร้างและพัฒนายานอวกาศจนสามารถปล่อยขึ้นสู่อวกาศอยู่ในรัสเซียที่ศูนย์กลางอวกาศบาบากิน(
Babakin Space center)
ภายใต้สัญญานของสมาคมดาวเคราะห์
ทางสมาคมดาวเคราะห์มีประสบการณ์ทำงานกับองค์การอวกาศของรัสเซีย
ที่ศูนย์กลางอวกาศบาบากินและสถาบันวิจัยอวกาศนานถึง
15 ปี
ที่ให้สมาคมสามารถสำรวจอวกาศด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆที่พัฒนาการได้ในราคาไม่แพง
ยานอวกาศทั้งหลายปล่อยขึ้นจากพื้นดิน
แต่คอสมอส1
จะปล่อยขึ้นด้วยจรวดโวลนาจากเรือดำน้ำของรัสเซียใต้ทะเลบาเรนต์ส
เหนือเส้นอาร์คติค
เซอร์เคิล เครือข่ายของสถานีพื้นดินจะติดตามและรับข้อมูลจากยานอวกาศหลังจากปล่อยยานด้วยสถานีรัสเซียหลักใกล้กรุงมอสโคว์
ตำแหน่งติดตามยานในแห่งอื่นๆ
มีอยู่รอบโลกรวมทั้งแหล่งทำงานจากตัวแทนสหรัฐอเมริกา
เช่นการจัดการบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติ
(NOAA: National Oceanic and Atmospheric Administration) และกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา
ดาวเทียมของ NOAA และการบริการข้อมูลจะติดตามยานจากบริเวณแฟร์แบงค์
ในรัฐอลาสกา กองทัพอากาศจะจัดหาภาพแสงของการเดินทางจาก
Air Force Maui Optical and Supercomputering(AMOS) ที่ฮาเลียกาลา
ฮาวาย ตำแหน่งติดตามอื่นๆรวมทั้งมหาวิทยาลัยคาลิฟอร์เนีย
สถานีทดลองบนพื้นดินวิทยาศาสตร์อวกาศที่เบิร์กเลย์ มีสถานีที่สร้างพิเศษ 2
แห่งเพื่อช่วยดำเนินงานคือที่
แพนสกา เวสและสถานีภาคพื้นดินที่เชคโกสโลวาเกีย
การเดินทางด้วยยานพลังแสงสุริยะไม่ได้อาศัยลมสุริยะ(อนุภาคจากดวงอาทิตย์)
แต่อาศัยความดันแสงแดด(ทุกรังสี)
ที่สะท้อนผลักให้ยานสามารถเปลี่ยนแปลงพลังงานโคจรและความเร็วในอวกาศได้อย่างต่อเนื่องเมื่อได้พุ่งไปในวงโคจรรอบโลกแล้ว
การให้แล่นต่อไปได้จะใช้ท่อเป่าลมดึงวัสดุการแล่นออกมาและทำให้โครงสร้างแข็งแรง
คอสมอส 1 มี
8 ใบพัด
แบนราบรูปสามเหลี่ยมเหมือนกังหันลมยักษ์
พื้นที่ 600 ตารางเมตร
ใบพัดสามารถหมุนได้เหมือนใบพัดของเฮลีคอปเตอร์
เพื่อสะท้อนแสงอาทิตย์ไปในทิศทางต่างๆกัน
ที่จะทำให้แล่นไปตามวิถีทางโดยติดตามและควบคุมทีท่าของยานอวกาศได้
แต่ละใบพัดวัดความยาวได้
15 เมตร
เป็นไมลาร์จากอลูมิเนียมบาง
5 ไมครอน
หรือราวๆ
¼ ความหนาของถุงย่ามใส่ขยะ
|

คาร์ล ซาแกน
|
สมาคมดาวเคราะห์
สมาคมดาวเคราะห์มีสำนักงานใหญ่ในพาเซนดินา
คาลิฟอร์เนีย
สหรัฐอเมริกา
ก่อตั้งด้วยความร่วมมือของคาร์ล
ซาแกน, บรูซ เมอร์เรย์
และหลุยส์ ฟรายด์แมนน์
ในค.ศ. 1980 มีสตีเฟน
สปิลเบิร์ก, อาร์เธอร์
ซีคลาร์ก,แฟรงค์ เดร็ก
เป็นหนึ่งส่วนของกรรมการที่ปรึกษา
และกรรมการท่านอื่นล้วนแต่เป็นผู้มีความสามารถและมีชื่อเสียง
สมาคมก่อตั้งเพื่อทำให้การสำรวจระบบสุริยะก้าวไปข้างหน้า
และเพื่อการค้นคว้าชีวิตต่างดาว
มีสมาชิกทั่วโลกอยู่ใน
140 ประเทศ นอกจากโครงการยานคอสมอส1
สมาคมดาวเคราะห์ยังดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง
ปรับปรุงและพัฒนายานและชิ้นส่วนของเครื่องมือ
ในการสำรวจดาวอังคาร
พลูโต
ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกและดวงอาทิตย์เป็นต้น
สมาคมดาวเคราะห์เป็นกลุ่มของผู้สนใจอวกาศเอกชนที่น่าสนใจที่สุดในโลก
คอสมอส
สตูดิโอ
ก่อตั้งในค.ศ. 2000 มีฐานทำงานที่ลอสแองเจลิส
คาลิฟอร์เนีย
และการจัดการในอิธาคา
นิวยอร์คโดย แอน ดรูแยน
(คู่รักของคาร์ล ซาแกน)
โจเฟอร์ มาจ และเค้น
กิบสัน
เพื่อสร้างสรรค์ความบันเทิงที่อาศัยรากฐานวิทยาศาสตร์
เผยแพร่แก่ผู้ชมทางโทรทัศน์
ภาพยนตร์และอินเตอร์เนต
ภาพยนตร์เรื่อง "การเดินทางในอวกาศ(Cosmic
Journey)" ได้รางวัลเอมมีทางสารคดีวิทยาศาสตร์เรื่องยาวดีที่สุด
จะประกาศให้รับรางวัลวันที่
13 กันยายน
ค.ศ. 2004
การเดินทางที่ท้าทาย
สมาคมดาวเคราะห์จะทำการบินครั้งแรกของยานโซลาร์เซลหรือยานพลังแสงสุริยะด้วยทุนส่วนตัว
โดยมี คอสมอส สตูดิโอ
เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่
ความพยายามในการปฎิบัติงานอวกาศมาจากองค์การสมาชิกเอกชน
โครงการอวกาศได้ทุนจากสื่อมวลชนครั้งแรก
และจากผู้สนใจมีส่วนร่วมในความสำเร็จด้วย
สมาคมดาวเคราะห์ตั้งใจมียานพลังแสงสุริยะเป็นครั้งแรกของโลก
การเดินทางที่แสดงถึงการประสบความสำเร็จขั้นแรก
คือการโคจรไม่กี่รอบโดยมีการเพิ่มพลังงานในวงโคจร
(เริ่มจากการเวียนวนออกไปจากโลก)
ใช้อิทธิพลความดันรังสีดวงอาทิตย์
ถ้าการขึ้นสู่อวกาศใช้เวลาไม่กี่อาทิตย์ก็นับว่าพบกับความสำเร็จแล้ว
ความริเริ่มของสมาคมดาวเคราะห์เหมือนความพยายามริเริ่มของพี่น้องตระกูลไรท์เมื่ออดีตราว
100 ปีก่อน
พี่น้องตระกูลไรท์บินด้วยเครื่องบินในเวลา
12 วินาทีโดยไร้จุดหมายปลายทาง
แต่เป้าหมายของสมาคมดาวเคราะห์ใช้เวลาเป็นอาทิตย์
หรืออาจเป็นแรมเดือนให้ยานพลังแสงสุริยะเคลื่อนห่างไกลออกจากโลกไปอย่างช้าๆ
ความเสี่ยงคืออะไร?
การทำงานมีทุนรอนต่ำ
มีการออกแบบใหม่เอี่ยม
การปล่อยยานอวกาศจากเรือดำน้ำให้เข้าสู่วงโคจรด้วยจรวดโวลนาจะเป็นความพยายามครั้งแรก
การออกแบบและการทดสอบบนโลกยาก
ปฎิบัติการในอวกาศจะเป็นอย่างไรเกือบรู้ไม่ได้
ไมโครเมทีโอรอยด์หรือวัตถุขนาดเล็กๆในสภาพแวดล้อมของยานอวกาศที่สูงจากพื้นโลกไกล
1,000 กิโลเมตรเป็นอันตรายแล้ว
การพัฒนายานขึ้นกับอุตสาหกรรมอวกาศรัสเซีย
ซึ่งเสี่ยงกับอันตรายจากการเมืองระหว่างชาติ
นี่เป็นการผจญภัยส่วนตัวไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ความริเริ่มนี้เป็นเรื่องส่วนตัวเพื่อคาดหวังเทคโนโลยีอวกาศแห่งอนาคต
และยานคอสมอส1 เป็นผลงานแรกขนาดเล็กเพื่อการปฎิวัติเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ของการเดินทางในอวกาศแนวใหม่
จากความร่วมมือจากองค์การสมาชิกสาธารณชนทั่วโลกที่มีประสบการณ์ในอวกาศมาก่อน
ไม่ได้เงินทุนจากรัฐบาลชาติไหน
ปฎิบัติการมีความเสี่ยงมากมาย
อาจมากเกินไปสำหรับองค์การอวกาศเอกชนที่จะใช้ความพยายาม
จากทุนรอนที่มี แต่การผจญภัยในอวกาศเป็นความพยายามที่มีอยู่ในทีมงาน
สมาคมดาวเคราะห์เชื้อเชิญชาวโลกให้ติดตาม
สนับสนุนและมีส่วนร่วม
กับความสำเร็จกับสมาคมดาวเคราะห์ ที่เวบไซต์ของสมาคมดาวเคราะห์
(http://planetary.org
)
และของคอสมอส1 http://solarsail.org
บทความโดย
อ.ยุพา วานิชชัย
yupa@buu.ac.th
อ้างอิงจากบทความ
A Bold New Voyage และ
Solar Sail Project ของ
Louis Friedman
Sailing to the Stars
The Mission
เวบไซต์
http://planetary.org
|
|