กล้องอวกาศ (Space Telescope)

         
    วัตถุท้องฟ้าต่างๆที่อยู่นอกโลกเรานั้น  นอกจากเราจะรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสของตา ที่เราเรียกว่า ช่วงคลื่นตามองเห็น (Visible Light)  จาก Chat ข้างบนจะเห็นว่ามีความกว้าง (Band Width) แคบมากๆ ดังนั้นการรับรู้ด้วยประสาทตาจึงแคบเกินไป เพราะปกติวัตถุท้องฟ้าจะมีการแพร่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาหลายช่วงความถี่ ตั้งแต่ต่ำมากๆในระดับคลื่นวิทยุ เช่นพวก พัลซ่าร์  ซึ่งเรารับรู้ได้โดยการติดตั้งจานรับสัญญาณขนาดใหญ่บนภาคพื้นดิน   หรือสูงขึ้นมาอีกหน่อย ก็พวกคลื่นไมโครเวฟ   หรือ Infrared หรือรังสีใต้แดง  รังสี Ultraviolet หรือรังสีเหนือม่วง   รังสีเอ็กซ์  และรังสีแกรมม่า 
    เนื่องจากรังสีที่กล่าวมานี้ จะถูกกั้นไว้ด้วยชั้นบรรยากาศของโลก เพื่อป้องกันอันตรายที่จะมาทำลายสิ่งมีชีวิต เพราะรังสีเหล่านี้มีพลังงานสูงมาก  นั่นเป็นข้อดีของชั้นบรรยากาศโลก  แต่ก็เหมือนดาบสองคม ข้อเสียที่ตามมาคือ ทำให้เราไม่สามารถรับรู้รังสีช่วงคลื่นเหล่านั้นจากนอกโลกได้ เพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ทางแก้อย่างเดียวคือต้องส่งอุปกรณ์ขึ้นไปตรวจจับนอกชั้นบรรยากาศโลก  ทำให้มีโครงการกล้องอวกาศขึ้น
     กล้องอวกาศตัวแรกที่ถูกใช้งานบนวงโคจรก็คือ ATM หรือ Apollo Telescope Mount  ซึ่งติดตั้งไว้บนสถานีอวกาศสกายแล็บ และต้องเลิกใช้ไปเมื่อเสร็จภาระกิจของสกายแล็บ เมื่อปีพศ.2522 
     หลังจากนั้นก็มีการส่งกล้องอวกาศขึ้นไปวงโคจรอีกในรูปแบบของดาวเทียม เพื่อความคล่องตัวในการควบคุม  และที่ประสบผลสำเร็จมากที่สุดก็คือกล้องอวกาศฮับเบิล และตามมาด้วยจันทราเอ็กซ์เรย์ และ สปิตเซอร์ ด้วยความสำเร็จและประสิทธิภาพของกล้องอวกาศรุ่นก่อนๆ ทำให้มีโครงที่จะส่งกล้องอวกาศขึ้นสู่วงโคจรอีกมากมาย

 


    Skywatcher  เรียบเรียง