|
การทำ Star Drift
ธรมมชาติของการเคลื่อนที่ของวัตถุบนท้องฟ้า
อย่างเช่น ดาวฤกษ์
ดาวเคราะห์
นั้นเกิดขึ้นจากการหมุนรอบตัวเองของโลกจากทิศตะวันตกไปหาทิศตะวันออก
ทำให้วัตถุท้องฟ้าเหล่านั้นซึ่งจริงๆค่อนข้างนิ่งอยู่กับที่บนท้องฟ้า
จะเคลื่อนที่ในทิศตรงกันข้าม
คือจากทิศตะวันออกไปหาทิศตะวันตก
แนวการเคลื่อนที่นี้จะขนานไปกับแนวเส้นที่เรียกว่า
"เส้นศูนย์สูตรฟ้า (Celestial
Equator)"
ซึ่งจะลากเชื่อมต่อระหว่างทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกโดยที่แนวของเส้นศูนย์สูตรฟ้านี้
จะพาดผ่านตำแหน่งบนท้องฟ้าแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ผู้สังเกตอยู่
เช่นถ้าเราอยู่ที่เส้นศูนย์สูตรโลก
แนวของเส้นศูนย์สูตรฟ้าจะผ่านจุดกลางศีรษะ(Zenith)
เราพอดี
แต่ถ้าเราอยู่ทางแถบซีกโลกใต้
(อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์สูตร)
แนวของเส้นศูนย์สูตรฟ้าจะค่อนไปทางทิศเหนือ
และถ้าเราอยู่ทางซีกโลกเหนือ
แนวของเส้นศูนย์สูตรฟ้าก็จะค่อนไปทางทิศใต้ด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างเช่นประเทศไทย
อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรโดยเฉลี่ยที่กรุงเทพมหานคร
13.5 องศาเหนือ
เส้นศูนย์สูตรฟ้าจะค่อนไปทางใต้ห่างจุด
Zenith ประมาณ 13.5
องศาด้วยเช่นกัน
และแนวเส้นสมมุติที่ลากขนานไปกับเส้นศูนย์สูตรฟ้าตลอดแนวจากขั้วฟ้าเหนือไปจรดขั้วฟ้าใต้เราเรียกว่าแนวองศาเดคลิเนชั่น
มีค่าตั้งแต่ +90 ที่จุดขั้วฟ้าเหนือ(North
Celestial Pole ย่อว่า NCP )จนถึง
0
องศาที่เส้นศูนย์สูตรฟ้า
และ -90
องศาที่จุดขั้วฟ้าใต้ (South Celestial Pole
ย่อว่า SCP)
แนวแกนที่โลกของเราหมุนรอบตัวเองนี้จะเชื่อมระหว่างขั้วฟ้าเหนือและขั้วฟ้าใต้
ซึ่งปัจจุบันขั้วฟ้าเหนือจะชี้อยู่ที่ดาวเหนือหรือดาวโพลาลิสในกลุ่มดาวหมีเล็ก
(Ursa Minor) โดยประมาณ
เราจึงนิยมใช้ดาวเหนือเป็นดาวบอกตำแหน่งขั้วฟ้าเหนือโดยประมาณในปัจจุบัน
โดยมีเส้นที่ลากจากขั้วฟ้าเหนือไปขั้วฟ้าใต้
ผ่านจุดกลางศีรษะเราเรียกว่า
"เส้นเมอริเดียน"
ดังนั้นการติดตามการเคลื่อนที่ของดาวได้เป็นธรรมชาติที่สุดจะต้องทำให้กล้องดูดาวนั้นสามารถเคลื่อนที่ไปรอบๆแกนหมุนของโลกได้ดีที่สุด
ขาตั้งกล้องแบบอิเควทอเรียลจึงถูกออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์ในการตามดาว
โดยจะต้องให้มีแกนของกล้องอยู่
2 แกน
คือแกนหนึ่งจะต้องขนานไปกับแนวแกนหมุนของโลก
แนวแกนนี้เราเรียกว่า "แนวแกน
Right Ascention เรียกย่อๆว่า
RA "
เป็นแนวแกนที่สำคัญมากเพราะกล้องจะต้องหมุนตามดาวรอบแกนนี้ อีกแกนหนึ่งจะเป็นแนวแกนที่ตั้งฉากกับแกน
RA แกนหมุนจะเคลื่อนที่ไปมาระหว่างขั้วฟ้าเหนือและขั้วฟ้าใต้
เราเรียกแนวแกนนี้ว่า "แนวแกน
Declination เรียกย่อๆว่า DEC " รายละเอียดการทำงานของขาตั้งกล้องแบบอิเควทอเรียลหาอ่านได้จากบทความเรื่อง
การตั้งขาตั้งกล้องแบบอิเควทอเรียล
ขาตั้งกล้องแบบอิเควทอเรียลจึงมักมีมอเตอร์ควบคุมการหมุนของทั้งสองแกนติดมาด้วย
โดยเฉพาะมอเตอร์หมุนแกน RA
จะมีความสำคัญมากที่สุด
ที่จะต้องทำให้ความเร็วในการหมุนรอบแกนเท่ากับโลกหมุนรอบตัวเองหรือ
1 รอบกินเวลา 23 ชั่วโมง 56
นาที 04.091 วินาที
หรือที่เราเรียกว่า Sidereal Rate
นั่นเอง
ความเที่ยงตรงแม่นยำของการหมุนรอบแกนกล้องถูกกำหนดและควบคุมด้วยชุดเฟืองที่ต้องสามารถทดแรงบิดของมอเตอร์ไม่ให้ทำงานหนัก
จึงเกิดความคาดเคลื่อนในการออกแบบชุดเฟืองที่เราเรียกว่า
Periodic Error (PE) มีหน่วยเป็น arcsecond
(1/3600 องศา) แต่ในที่นี้เราจะไม่พูดถึงเรื่อง
PE
แต่เราจะมาหาวิธีที่จะทำให้แนวแกนของกล้องที่เรียกว่าแนวแกน
RA
ขนานและใกล้เคียงกับแนวแกนหมุนของโลกมากที่สุด
โดยผู้ที่อยู่ทางซีกโลกเหนือจะให้แนวกล้องชี้ไปทางขั้วฟ้าเหนือ
(บริเวณดาวเหนือ)
และผู้ที่อยู่ทางซีกใต้ก็จะชี้ไปทางขั้วฟ้าใต้แทน
(ปัจจุบันไม่มีดาวสว่างเทียบเคียงตำแหน่ง)
|

โครงสร้างทั่วไปของขาตั้งกล้องแบบอิเควทอเรียล
|

หน้าตาแบบหนึ่งของขาตั้งกล้องแบบอิเควทอเรียลที่ใช้กันทั่วไป
|
ถ้าหากนักดูดาวทั้งหลายตั้งขาตั้งกล้องแบบอิเควทอเรียลได้ขนานกับแนวแกนหมุนของจริงๆ
แนวการเคลื่อนที่ของกล้อง
(แทนด้วยเส้นสีแดง)
จะขนานไปกับแนวเส้นเดคิลเนชั่นด้วย
(แทนด้วยเส้นสีขาว)
ดังรูปข้างล่าง
เมื่อมองด้านข้างกล้องไปทางทิศตะวันออก

เมื่อมองด้านหลังไปทางทิศเหนือ
แต่ในทางปฏิบัติจริงโอกาสที่เราจะตั้งกล้องให้แกนกล้องขนานไปกับแกนหมุนของโลกนั้นจะเป็นไปได้ยาก
เพราะบางครั้งเราอาจจะเงยแกนกล้องมากไปหรือน้อยไป หรืออาจจะหันกล้องไปทางทิศตะวันออกมากไปหรือทิศตะวันตกมากไปด้วยซ้ำ
|

|
รูปที่
1
กรณีที่เราเงยกล้องสูงหรือต่ำกว่าแกนหมุนของโลก
แนวแกนหมุนของโลกแทนด้วลูกศรสีน้ำเงินทำให้เกิดแนวการเคลื่อนที่ของดาวจริงๆ
ตามเส้นสีขาวเป็นแนวเดคิเนชั่น
แต่แนวกล้องต่ำกว่าความเป็นจริง
ทำให้ภาพจากกล้องเคลื่อนที่ตามแนวลูกศรสีแดง
ดาวฤกษ์ซึ่งเคยอยู่ในฟิลด์กล้องตามเส้นสีแดง
จะกลับไปรักษาแนวการเคลื่อนที่เดิมคือแนวเส้นสีขาว
ทำให้เราเห็นดาวจากฟิลด์กล้องค่อยๆเคลื่อน(drift)ไปทางทิศใต้
ในทางตรงกันข้ามถ้าเราเราเงยกล้องมากเกินไป
เราจะเห็นดาวเคลื่อนในฟิลด์ไปทางทิศเหนือ
|
|

|
รูปที่
2
กรณีเราหันกล้องไปทางทิศตะวันออกหรือตะวันตกมากไป
จากรูปเป็นตำแหน่งที่เราอยู่ด้านหลังกล้องและกำลังหันหน้าไปทางทิศเหนือ
ดาวที่เคลื่อนที่จริงๆจะอยู่รอบขั้วฟ้าตามแนวเส้นสีขาว
แต่เราหันกล้องไปทางทิศตะวันตกมากไป
เกิดแนวการเคลื่อนที่ของกล้องตามเส้นสีแดง
ทำให้ดาวในฟิลด์เคลื่อนที่(drift)เข้าหาแนวเส้นสีขาวไปทางด้านทิศเหนือ
ในทางตรงกันข้ามถ้าหันกล้องไปทางทิศตะวันออกมากไป
ดาวในฟิลด์กล้องจะเคลื่อนไปทางทิศใต้ |
|
รู้จักปุ่มปรับต่างๆบน
Mount
ก่อนที่เราจะทำ Star Drift
นั้น
เราจะต้องรู้จักปุ่มปรับต่างๆบน
Mount กันก่อน
การปรับหรือหมุนแกน RA
และแกน Dec
มักจะมีมอเตอร์ขับอยู่การปรับตรงส่วนนี้เราจะใช้การควบคุมจากแผง
Control
ของชุดมอเตอร์ตามดาว
การปรับแกน RA
จะทำให้กล้องเคลื่อนที่ไปมาระหว่างทิศตะวันออกกับตะวันตก
ส่วนการปรับแกน Dec
จะเป็นการปรับกล้องไปมาระหว่างทิศเหนือและใต้
การปรับแกนกล้องในแนวตั้งหรือ
Altitude
เป็นการปรับมุมเงยของกล้องให้ใกล้เคียงกับค่าตำแหน่งละติจูดของผู้สังเกตบนโลก
เช่นอยู่ที่กรุงเทพฯ ละติจูด
13.5 องศาเหนือ
เราก็ปรับมุมเงยของกล้องให้อยู่ที่
13.5 องศาโดยประมาณ
โดยทั่วไปการปรับตรงส่วนนี้จะมีแกนเกลียวที่คอยยันให้กล้องเงยขึ้นหรือต่ำลง
(Altitude Knob)
การปรับแกนกล้องแนวราบหรือ Azimuth
เป็นการปรับแกนกล้องในแนวราบโดยทั่วไปเราจะชี้ให้กล้องชี้ไปทางทิศเหนือในเข็มทิศ
แต่ขั้วฟ้าเหนือจริงๆบนประเทศไทยจะเคลื่อนไปทางทิศตะวันออกราว 5
องศา
การปรับละเอียดตรงส่วนนี้จะมีแกนสกรูอยู่
2
ด้านโดยการคลายออกด้านหนึ่งและขันเข้าอีกด้าน
(Azimuth Knob)
|
|
|
|

Rectical Eyepiece
อุปกรณ์ที่สำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือเลนซ์ตาที่มีเครื่องหมายกากบาท
(Cross Hair) อยู่ในฟิลด์ที่เราเรียกว่า
"Rectical Eyepiece" และยังมี LED
ให้แสงสีแดงกับกากบาททำให้มองเห็นได้ชัดเจนในตอนกลางคืนอีกด้วย
การใช้งาน Rectical Eyepiece
ก็คล้ายกับเลนซ์ตาทั่วไปมีทั้งขนาดความยาวโฟกัส
25 มม. และ 9 มม.
การเลือกใช้แต่ละขนาดความยาวจะมีผลกับความเที่ยงตรงของการปรับด้วย
การใช้กำลังขยายมากๆ(ความยาวโฟกัสน้อยๆ)จะทำให้เห็นผลในการทำ
Stardrift เร็วขึ้น
เราจะใช้ Rectical Eyepiece
ในการบอกทิศบนฟิลด์ที่เราเห็น
ดังนั้นเราจะต้องหมุน
Cross Hair ให้ถูกทิศทางก่อน
โดยการหมุนแกน Dec
ไปมาแล้วสังเกตแนวการเคลื่อนที่ของดาวบนฟิลด์กล้อง
แนวนี้จะเป็นแนวเหนือใต้
ให้เราหมุน Rectical Eyepiece ให้
Cross Hair
แกนใดแกนหนึ่งขนานกับแนวนี้ก่อนแกนที่เหลือจะเป็นแนวตะวันออกตะวันตก
ขอให้สังเกตทิศจากรูปด้านซ้ายมือ
กล้องแต่ละประเภทที่เราใช้งานจะมีทิศบนฟิลด์ภาพไม่เหมือนกัน
กล้องแบบนิวโทเนียนก็แบบหนึ่ง
หักแหแสงที่ติดไดอะกอนัลก็อีกแบบหนึ่ง
เพราะอาจจะทำให้เกิดภาพกลับหัวหรือกลับซ้ายขวา
การหาทิศเหนือใต้ออกตกบนฟิลด์จะหาง่ายๆโดยการหมุนแกน
RA และแกน Dec
โดยสังเกตการเคลื่อนที่ของดาวบนฟิลด์กล้อง
ถ้าเราหันกล้องทางทิศเหนือ
ทิศในฟิลด์ที่ดาวเคลื่อนที่ไปหาจะเป็นทิศใต้
และถ้าเราหันกล้องไปทางทิศตะวันตกทิศในฟิลด์ที่ดาวเคลื่อนที่ไปหาจะเป็นทิศตะวันออก
หมายเหตุ:
การรู้ทิศในฟิลด์กล้องเป็นสิ่งสำคัญมากไม่เช่นเราจะไม่รู้เลยว่าดาวกำลังเคลื่อน
(Drift) ไปทางทิศไหน
|
เริ่มทำ Star Drift
เมื่อเรารู้จักหลักการเบื้องต้นและการปรับกล้องแล้ว
เราจะมาเริ่มทำ Star Drift
กันเลย หลังจากที่เรา Balance
กล้องและตั้งกล้องแบบคร่าวๆแล้ว
ปล่อยให้มอเตอร์ตามดาวทำงานที่ความเร็ว
Sidereal Rate
โดยสังเกตว่าถ้าความเร็วของมอเตอร์ปกติ
ดาวจะเคลื่อน (drift)
เพียงแนวแกนเหนือใต้เท่านั้น ถ้าความเร็วของกล้องไม่สัมพันธ์กับความเร็วของการหมุนรอบตัวเองของโลก
เราจะเห็นดาวในฟิลด์มีการ
Drift ไปทั้งสองแกนคือเริ่มเห็นดาวเริ่มเคลื่อนในแนวทะแยง
ถ้ามอเตอร์ช้ากว่าเราจะเห็นดาว
Drift ไปทางทิศตะวันตก
แต่ถ้ามอเตอร์เร็วกว่าเราจะเห็นดาว
Drift ไปทางทิศตะวันออกด้วย

รูปที่ 1 ดาวมีการ
drift ไปทางทิศตะวันออกทางเดียว
หมายความว่าการทำ Star Drift เสร็จสิ้นแล้ว
แต่ความเร็วของกล้องเคลื่อนที่เร็วไป
รูปที่ 2 ดาวมีการ drift
ไปทางทิศเหนือทางเดียว หมายความว่า
ความเร็วของกล้องนั้นถูกต้องแล้วแต่การทำ Star
Alignment ยังไม่ถูกต้อง อาจจะเงยกล้องมากไปหรือ
หันกล้องไปทางทิศตะวันตกมากไป
รูปที่ 3 ดาวมีการ drift
ไปทั้งสองแกนคือไปทางทิศตะวันออกและทิศใต้ หมายความว่า
ความเร็วของกล้องมากไปและการทำ Star Alignment
ยังไม่ถูกต้อง
การปรับกล้องในมุมเงย
(Altitude)
จากรูปด้านล่าง เราจะเห็นว่า
ดาวที่อยู่บริเวณขอบฟ้าจะมีผลกับมุมเงยของกล้องมากที่สุด
โดยทั่วไปเรามักใช้ดาวที่ขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกสูงจากขอบฟ้า
20-30 องศา จากรูปด้านล่างจะหมายถึงดาวสีเหลือง

|
1)
ถ้าเราเงยกล้องมากไป
จากรูปด้านบนเมื่อแกนสีเทาคือแนวแกนปกติที่ชี้ไปทางขั้วฟ้าเหนือ
แนวการเคลื่อนที่ของดาวจะตั้งฉากกับแนวแกนโลกนี้
สีแดงคือแนวแกนของกล้องที่เงยมากเกินไป
ฟิลด์การเคลื่อนที่ของกล้องจะตั้งฉากกับแกนนี้เช่นกัน
ฟิลด์ของกล้องเคลื่อนที่ตามแล้วแกนสีแดงจะเฉียงไปทางทิศใต้
ขณะที่ดาวเองจะเคลื่อนตามแนวปกติสีเท่า เราจะเห็นดาว Drift
ไปทางทิศเหนือเรื่อยๆ |
|

2)
ถ้าเราเงยกล้องน้อยไป
จากรูปด้านบนเช่นกัน
ถ้าเราเงยกล้องน้อยเกินไปฟิลด์ของกล้องจะเคลื่อนไปทางทิศเหนือ
เราจะเห็นดาว Drift
ไปทางทิศใต้
จากทั้งสองกรณีเราจะแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มหรือลดมุมเงยของกล้องด้วย
Altitude Knob
จนดาวนั้นกลับเข้ามาอยู่ที่ Center ของ Cross Hair
อีกครั้งโดยไม่ต้องยุ่งอะไรกับแกน
Dec ของกล้องเลย
แต่อาจจะต้องใช้แกน RA
ช่วยบ้างเล็กน้อย ใช้เวลาอยู่กับจุดนี้ประมาณ
5 นาทีจนดาว drift
น้อยที่สุด
แต่อย่าลืมว่ามันยังมีการเบี่ยงเบนของกล้องทางแนวราบอีกที่เรายังไม่ได้ปรับ
ตรงจุดนี้เราจะโน๊ตไว้สั้นๆว่า
"กล้องเงยสูงเกินไป Drift
เหนือเงยต่ำเกินไป Drift ใต้"
หมายเหตุ
ในทางกลับกัน
ผู้ที่อยู่ทางซีกฟ้าใต้
เราจะใช้ขั้วฟ้าใต้เป็นหลัก
ผลที่ได้จะตรงข้ามกันนั่นคือ
"ถ้าเงยสูงเกินไปจะ
Drift ใต้
แต่ถ้าต่ำเกินไปจะ Drift
เหนือ" |
การปรับกล้องในแนวราบ(Azimuth)
จากรูปแรกข้างบนจะเห็นว่าดาวที่แนวเส้นเมอริเดียนจะเห็นผลจากการเบี่ยงเบนของกล้องตามแนวราบมากที่สุดในที่นี้หมายถึงดาวสีฟ้า
(แนวเส้นเมอริเดียน
เป็นเส้นที่ลากจากขั้วฟ้าเหนือไปขั้วฟ้าใต้ผ่านจุดกลางศีรษะ)
หลังจากที่เราปรับมุมเงยของกล้องจนดาว
Drift น้อยที่สุดแล้ว
เราก็จะมาเลือกดาวบนกลางฟ้าบ้าง
หลังจากที่เลือกดาวได้แล้ว
เราควรหาทิศจากฟิลด์ของกล้องอีกครั้ง
โดยการปรับแกน RA และ DEC
ไปมาแล้วหมุน Cross Hair
ให้ถูกต้องจำทิศให้ได้ว่าเหนือใต้ออกตก
อยู่ด้านใดของฟิลด์ภาพ
เพราะการเปลี่ยนตำแหน่งดาวอาจจะทำให้ผู้ใช้สับสนทิศได้
|

3) ถ้าเราหันกล้องไปทางทิศตะวันออกมากไป
จากรูปด้านบน
สีเทาเป็นแนวฟ้าจริงดาวจะเคลื่อนที่ตามแนวเส้นนี้
ขณะที่สีแดงคือแนวของกล้องที่เราหันไปทางด้านทิศตะวันออกมากไป
เมื่อเวลาผ่านไป
ดาวจะเริ่มเคลื่อนออก center ของ Cross Hair ไปทางทิศใต้
|
|

4) ถ้าเราหันกล้องไปทางทิศตะวันตกมากไป
เช่นเดียวกันถ้าเราหันกล้องไปทางทิศตะวันตกมากไป
เราจะเห็นดาวเคลื่อนออกจาก
center ของ Cross Hair
ไปทางทิศเหนือ
ทางแก้ไขคือการปรับแนวกล้องกลับมาทางทิศตะวันออกหรือตะวันตก
ด้วยปุ่มปรับแนว Azimuth
โดยไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับปุ่ม
Control แกน Dec เลย
แต่อาจจะต้องปรับแกน RA
ช่วยเล็กน้อยเพื่อให้ดาวนั้นกลับมาอยู่ที่
Center ของ Cross Hair อีกครั้ง
สังเกตที่จุดนี้ไม่เกิน
5 นาทีจนดาวเริ่ม Drift
น้อยที่สุด
ตรงจุดนี้เราอาจจะโน๊ตไว้สั้นๆว่า
"กล้องหันตะวันออกมากไป Drift ใต้ หันตะวันตกมากไป Drift
เหนือ"
หมายเหตุ
ในทางกลับกันผู้สังเกตที่อยู่ทางซีกฟ้าใต้
ซึ่งใช้ขั้วฟ้าใต้เป็นหลัก
ผลที่ได้จะตรงข้ามกันคือ
"หันออกมาไป Drift เหนือ
หันตกมากไป Drift ใต้"
|
การทำ Star
Drift
นี้เราจะทำกลับไปกลับมาระหว่างดาวทางขอบฟ้า
กับดาวบนเส้นเมอริเดียน 2
ถึง 3 รอบ
จนเห็นว่าดาวนั่น Drift
ไปทางเหนือหรือใต้
น้อยที่สุด
การเลือกดาวทำครั้งที่สองและสาม
ควรจะเลือกดาวดวงเดิมยกเว้นกรณีที่เป็นมือใหม่ไม่ชำนาญ
และใช้เวลาอยู่กับดาวแต่ละจุดนานเกินไป
จนทำให้ดาวทางขอบฟ้าสูงเกินไป
หรือ ดาวทางแนวเมอริเดียนเปลี่ยนไปมาก
ก็ควรที่จะใช้ดาวดวงอื่นแทน
โดย:
Skywatcher (20 พย.46)
|