กล้องนำหรือกล้องเล็ง
(Finder Scope)

Finder scope
(ไฟด์เดอร์สโคป)
จัดว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นชิ้นสำหรับกล้องดูดาว
เนื่องจากกล้องดูดาวหลักที่ใช้งานนั้นจะมีกำลังขยายสูงมากๆส่วนใหญ่ตั้งแต่
20 เท่าขึ้น
เมื่อนำมาใช้งานจริงบนท้องฟ้าจะใช้ค้นหาวัตถุท้องฟ้าได้ลำบากมาก
จึงจำเป็นต้องมีกล้องขนาดเล็กที่มีกำลังขยายต่ำๆนำก่อน
เราจึงเรียกกล้องแบบนี้ว่า กล้องนำ หรือ กล้องเล็ง
กล้องนำหรือกล้องเล็งนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกล้องแบบหักเหแสงขนาดเล็กที่ขี่อยู่บนกล้องหลัก
ซึ่งจำเป็นจะต้องปรับให้กล้องเล็งนี้มีทิศทางขนานกับกล้องหลักด้วย
โดยทั่วไปกล้องเล็งจะมีขนาด 4x25
หรือ
6x30
หรืออาจจะขนาดใหญ่เท่ากับกล้องสองตา
7x50 ก็มี ตัวเลขหลักแรกหมายถึง กำลังขยาย
ตัวเลขสองหลักหลังหมายถึง ขนาดหน้ากล้องหน่วยเป็น มม.
สังเกตว่าจะคล้ายๆกับการบอกสเปคของกล้องสองตา
ต่างแค่กล้องเล็งจะมีเพียงข้างเดียว
การเลือกกล้องเล็ง
เนื่องจากกล้องเล็งเป็นกล้องที่จำเป็นอย่างมาก
เราจึงควรเลือกกล้องเล็งให้เหมาะกับการใช้งาน
และทำให้เราค้นหาวัตถุท้องฟ้าได้ง่ายและเร็วที่สุด
1) Erecting Image
กล้องเล็งส่วนใหญ่จะเป็นแบบหักเหแสง ดังนั้นภาพที่เห็นจากกล้องเล็งโดยทั่วไปจะกลับหัวและกลับซ้ายขวา
ดังนั้นภาพที่เห็นและประสาทสัมผัสให้การเปลี่ยนตำแหน่งกล้องหลักจะกลับทางกับกล้องเล็งด้วย
เช่นหันกล้องหลักไปทางซ้าย แต่ภาพจากกล้องเล็งจะวิ่งไปทางขวา
เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับกล้องทั่วไป
แต่ก็มีกล้องเล็งบางทียี่ห้อที่มีการแก้ไขให้ได้ภาพจริงแล้วซึ่งภายในจะมีปริซึมกลับภาพให้อีกชั้นหนึ่ง
จึงมีราคาสูงกว่ากล้องเล็งแบบทั่วไปทำให้ได้ทิศทางเดียวกับกล้องหลัก
Orion
Finder
scope 6X26 erecting image แบบที่แก้ไขอาการกลับหัวของภาพแล้ว
2)
Red Dot Finder เป็น Finder
อีกแบบที่ตัดปัญหาเรื่องภาพกลับหัวที่เกิดขึ้นจากเลนซ์
โดยใช้จุด LED สีแดงเพื่อบอกตำแหน่ง
ปัจจุบันเริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายและมีหลากหลายยี่ห้อ
เนื่องจากค่อนข้างสะดวกในการใช้งานเพราะเห็นเป็นภาพจริงไม่มีกำลังขยาย
ซึ่งไม่หลอกตาเหมือนแบบที่ใช้เลนซ์

Red Dot Finder
แบบธรรมดาที่เห็นทั่วไปเพราะมีราคาถูก

Red Dot Finder ของ
Williem Optics สามารถปรับระดับความสว่างได้ 7
ระดับและมีแพทเทิร์นของจุดสีแดง 4 แบบ

Rigel Finder เป็น
Red Dot Finder อีกแบบที่ใช้กันมานาน
สามารถปรับความสว่างได้

Telrad เป็น Red Dot
Finder อีกแบบที่นิยมใช้ในกล้องดูดาวรุ่นแรก
ปัจจุบันมีใช้น้อยเนื่องจากขนาดใหญ่โตและน้ำหนักมาก
3)
Right Angle Finder เป็น Finder
ที่มีการติด ไดอะกอนัลปริซึม 90 องศาไว้ท้ายกล้อง
เพื่อหักแนวการมองให้ขึ้นมา 90 องศา
ข้อดี
1) เมื่อใช้กับกล้องที่มีมุมมอง 90
องศาด้วยกันทำให้สะดวกในการมองกลับไปกลับมาระหว่างกล้องหลักและกล้องเล็ง

2)
มุมมองของภาพดีกว่าเมื่อต้องมองวัตถุท้องฟ้าในระดับเหนือศีรษะหรือกลางฟ้า
ข้อเสีย
การปรับทิศทางการวิ่งของภาพระหว่างกล้องหลักกับกล้องเล็งจะไม่ตรงกัน
ผู้ที่จะใช้กล้องเล็งแบบนี้ควรมีความชำนาญและแยกประสาทสัมผัสได้ดีกว่าปกติ

4)
illuminate Finder
กล้องเล็งแบบที่ใช้เลนซ์นั้นปกติแล้วจะมีการทำเครื่องหมายกึ่งกลางภาพไว้ให้
เป็นลักษณะคล้ายกากะบาท เราเรียกว่า "Cross
Hair" เหมือนกับการเอาเส้นผมบางๆ 2
เส้นมาตัดกันเพื่อบอกตำแหน่งกลางภาพ
และเราจะใช้จุดตัดนี้เป็นจุดอ้างอิง
ซึ่งในการใช้งานตอนกลางคืนนั้นบางครั้งเราก็ไม่สามารถมองเห็น
Cross Hair นี้ได้ถ้าท้องฟ้ามืดจริงๆ
จึงมีการติดหลอดไฟส่องสว่างสีแดงให้กับ Cross
Hair นี้เห็นได้ในที่มืด

กล้องเล็งแบบ illuminate
ขนาด 6x30 ของ
Williem Optics
5)
Big Scope Finder
กล้องเล็งก็คือกล้องดูดาวที่มีกำลังขยายต่ำๆตัวหนึ่ง
ถ้ากล้องเล็งมีขนาดหน้ากล้องเล็กๆการรวมแสงอาจจะไม่ดีพอ
เพราะบางครั้งเราเองก็ต้องการจุดอ้างอิงของดาวหรือวัตถุท้องฟ้าในการค้นหาวัตถุท้องฟ้าที่เราสนใจด้วยเหมือนกัน
ดังนั้นกล้องเล็งที่มีขนาดหน้ากล้องใหญ่จะให้ความสว่างของภาพดีกว่ากล้องเล็งที่มีขนาดเล็ก
จึงเห็นจุดดาวหรือวัตถุอ้างอิงที่สลัวได้ดีกว่า

การปรับ Finder scope
การใช้กล้องเล็งเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
เราจำเป็นจะต้องปรับให้กล้องเล็งชี้ไปจุดเดียวกับที่กล้องหลัก
โดยชี้ให้ใกล้เคียงได้มากที่สุด
เพราะเมื่อกล้องเล็งตรงเป้าที่เราต้องการ
เราก็จะเห็นภาพของวัตถุที่มีกำลังขยายนั้นในฟิลด์ของกล้องหลักทันที
อีกอย่าง
แน่นอนว่าเมื่อเราใช้กล้องไปนานๆกล้องเล็งอาจจะขยับหรือเคลื่อนไปได้
เราจึงจำเป็นต้องรู้วิธีการปรับกล้องเล็งด้วย
โดยทั่วไปกล้องเล็งสามารถปรับทิศทาง
ได้ด้วยสกรูที่ยึดอยู่รอบกล้องเล็งอยู่ มักจะเป็นแบบ 3 จุด และ 6
จุด ซึ่งก็มีการปรับคล้ายกัน เนื่องจากแบบ 3
จุดนั้นจะมีส่วนหนึ่งของกล้องที่ถูกยึดนิ่งไว้ไม่สามารถขยับได้
ในขณะที่แบบ 6 จุดนั้น เราจะยึดชุดของสกรูปรับ 3 ตัว หน้าหรือหลัง
ให้คงที่ไว้แล้วปรับชุดที่เหลือแทน
การปรับเราจะใช้วิธี คลายสกรูตัวหนึ่ง และดันสกรูอีกตัวหนึ่ง
แล้วดูผลของทิศทางที่ Cross Hair
นั้นวิ่งไปว่าถูกทิศหรือไม่ หรือทำในทิศตรงกันข้าม
ขั้นตอนในการปรับตั้งกล้องเล็ง
ขั้นที่ 1
ให้เราเปลี่ยนเลนซ์ตาของกล้องหลักให้มีกำลังขยายต่ำที่สุดก่อน
แล้วเล็งกล้องหลักไปที่วัตถุอยู่ในระยะไกลพอสมควร ไม่ควรต่ำกว่า 2
กม. หรือยิ่งไกลยิ่งดี อาจจะปลายเสาธง ยอดเสาไฟฟ้า
หรือ ยอดไม้บนภูเขาก็ได้
โดยการปรับให้ภาพที่ต้องการอยู่กึ่งกลางของภาพให้มากที่สุด
ขั้นที่ 2 จากนั้นใช้กล้องเล็งมอง ให้เส้นกากะบาท (Cross
Hair)
ในกล้องเล็งทับกับจุดที่อยู่ตรงกลางของภาพที่เห็นจากกล้องหลักโดยไม่ยุ่งกับการปรับกล้องหลักเลย
หากไม่ตรงให้ปรับสกรูปรับกล้องเล็งจนได้ที่ แล้วขันให้แน่นพอประมาณ
ขั้นที่ 3 เปลี่ยนกำลังขยายของกล้องหลักให้สูงขึ้น
อาจจะเพิ่มที่ละ 2 เท่าเช่น จาก 25 เท่า เป็น 50 เท่า ก็ได้
แล้วดูว่าต่ำแหน่งภาพที่ต้องการในขั้นที่ 1 นั้นตรงหรือไม่
(ปกติจะเพี้ยนไปนิดหน่อย)
ให้ค่อยๆปรับกล้องหลักมาจนภาพที่ต้องการอยู่กึ่งกลางอีกครั้ง
ขั้นที่ 4 ทำเหมือนขั้นที่ 2
เนื่องจากการเพิ่มกำลังขยายจะทำให้การปรับตั้งกล้องเล็งนั้นตรงได้ดีที่สุด
หมายเหตุ
บางครั้งเราก็สามารถใช้กำลังขยายสูงสุดในการตั้งปรับครั้งเดียวได้
สำหรับผู้ที่ชำนาญแล้ว
แต่ปัญหาคือกำลังขยายสูงมากๆอาจจะทำให้เรามองตำแหน่งของกล้องหลักและกล้องเล็งผิดผลาดได้มาก
การยึดกล้องเล็งแบบ
3 จุด
การยึดกล้องเล็งแบบ 6 จุด
การปรับ
Red Dot Finder นั้น ก็คล้ายกับการปรับกล้องเล็งแบบใช้เลนซ์
เพียงแต่ว่า ใช้สกรูในการปรับน้อยกว่าเท่านั้น
โดยการปรับเพียงมุมก้ม และ มุมราบ ของ Red Dot
Finder เท่านั้น ปกติแล้ว Red Dot
Finder จะมีความแม่นยำในการเล็งน้อยกว่า
กล้องเล็งที่ใช้เลนซ์
|